วันนี้หาเติมยาก พรุ่งนี้ราคาขึ้น น้ำมันกลับมาเต็มปั๊ม... กฎหมายทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้เลยเหรอ!?

 วันนี้หาเติมยาก พรุ่งนี้ราคาขึ้น น้ำมันกลับมาเต็มปั๊ม... กฎหมายทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้เลยเหรอ!?

 วันนี้หาเติมยาก พรุ่งนี้ราคาขึ้น น้ำมันกลับมาเต็มปั๊ม... กฎหมายทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้เลยเหรอ!?

สวัสดีครับลูกเพจทนายคู่ใจทุกคน วันนี้ขอหยิบยกประเด็นร้อนที่ทำเอาหลายคนหัวเสียขั้นสุด ขับรถวนหาปั๊มเติมดีเซลแทบตาย บางที่บอกน้ำมันหมด บางที่จำกัดให้เติมแค่ 700 บาท [1] แต่พอพรุ่งนี้เช้าประกาศลอยตัวราคาปุ๊บ... โอ้โห น้ำมันผุดมาจากไหนไม่รู้ กลับมาเต็มทุกปั๊มเลยจ้า!
หลายคนตั้งคำถามว่า "แบบนี้มันกักตุนชัดๆ แล้วทำไมกฎหมายถึงเอาผิดใครไม่ได้เลย? ทั้งปั๊ม ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ปล่อยเบลอได้ไง?" วันนี้พี่ทนายจะมาเล่าข้อจำกัดทางกฎหมายให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ตามสไตล์เราครับ
1. ทำไมจับปั๊มหรือยี่ปั๊วข้อหากักตุนถึงยาก?
จริงๆ บ้านเรามีกฎหมายจัดการเรื่องนี้นะครับ คือ พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมาตรา 29 และ 30 ระบุชัดเจนว่า ห้ามกักตุน ปฏิเสธ หรือประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุมโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร [2]
แต่ในทางปฏิบัติ "การพิสูจน์ความผิดทางอาญา" มันต้องชัดเจนปราศจากข้อสงสัยครับ! เวลาเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจ ปั๊มหรือพ่อค้าคนกลาง (จ๊อบเบอร์) เขามักจะเตรียมข้ออ้างไว้แล้ว เช่น "รถส่งน้ำมันมาไม่ทัน" "คลังหลักไม่ยอมปล่อยของ" หรืออ้างปัญหาทางลอจิสติกส์ พอมีเหตุผลทางธุรกิจมารองรับแบบนี้ เส้นแบ่งระหว่างคำว่า "กักตุน" กับ "บริหารสต็อกผิดพลาด" มันเลยบางมาก การจะงัดข้อหาอาญาเพื่อเอาคนเข้าคุกจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากสุดๆ ครับ
2. ฟ้อง ม.157 เจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยปละละเลยได้ไหม?
หลายคนบอก "งั้นฟ้องเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงพลังงานเลย ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.157!" พี่ทนายบอกเลยว่า "เหนื่อยครับ!"
การจะเอาผิดเจ้าหน้าที่ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้นั้น กฎหมายกำหนดว่าต้องมี "เจตนาพิเศษ" คือต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่า เจ้าหน้าที่คนนั้น "ตั้งใจ" ละเว้นเพื่อกลั่นแกล้งให้เราเสียหาย หรือกระทำไปโดย "ทุจริต" รับส่วย รับเงินใต้โต๊ะเพื่อเอื้อประโยชน์ให้คลังน้ำมัน [3]
ถ้าเจ้าหน้าที่อ้างว่า "กำลังคนไม่พอตรวจปั๊มเป็นหมื่นๆ แห่งทั่วประเทศ" หรืออ้างว่า "สั่งลงพื้นที่ตรวจแล้วนะ (อย่างที่กรมธุรกิจพลังงานสั่งปูพรมลงไปตรวจคลัง 53 แห่งทั่วประเทศ) แต่อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง" [4] แบบนี้ศาลจะมองว่าเป็นแค่การทำงานขาดประสิทธิภาพ หรือบริหารนโยบายผิดพลาด ไม่ใช่เจตนาทุจริตครับ ขืนฟ้อง 157 ไปโอกาสยกฟ้องก็สูงปรี๊ด!
3. แล้วฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากรัฐล่ะ?
สมมติชาวไร่ชาวนาสูบน้ำเข้าไร่ไม่ได้เพราะดีเซลหมดปั๊ม ข้าวตายหมด จะไปเรียกร้องค่าเสียหาย ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 กฎหมายบอกว่าให้เราไปฟ้อง "หน่วยงานของรัฐต้นสังกัด" ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆ โดยตรง (เว้นแต่เขาจงใจหรือประมาทร้ายแรง) [3]
แต่ความโหดคือ... เราต้องมีภาระพิสูจน์ "ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ" ให้ได้ว่า ที่พืชผลเกษตรเราเสียหาย หรือธุรกิจเราเจ๊ง เป็นเพราะรัฐไม่ยอมไปจับปั๊มน้ำมันโดยตรง! ซึ่งในโลกความเป็นจริง ภาวะน้ำมันหมดปั๊มมันมาจากหลายปัจจัย ทั้งกลไกราคาตลาดโลก ทั้งการที่ภาคอุตสาหกรรมแห่มาแย่งประชาชนเติมน้ำมันหน้าปั๊ม การจะโยงว่าความเสียหายเกิดจากรัฐละเว้นหน้าที่แบบ 100% จึงเป็นเรื่องที่พิสูจน์ยากมากในชั้นศาลครับ
สรุปเลยนะครับ!
วิกฤตน้ำมันรอบนี้สะท้อนให้เห็นเลยว่า เครื่องมือทางกฎหมายอาญาที่เรามี มันตามไม่ทันความหัวหมอของกลไกตลาดและการเอาเปรียบผ่านช่องโหว่ของการพิสูจน์เจตนาครับ ตราบใดที่ส่วนต่างกำไรจากการกั๊กน้ำมันรอขายตอน "ลอยตัว" มันคุ้มกว่าความเสี่ยงที่จะถูกจับคดีอาญา ปัญหานี้ก็แก้ไม่จบครับ
สุดท้ายใครเดือดร้อนสุด? ก็ประชาชนและผู้บริโภคตาดำๆ อย่างพวกเรานี่แหละครับ! แชร์ไปให้ถึงผู้มีอำนาจ เผื่อเขาจะตื่นตัวลงมาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างแบบจริงจัง ไม่ใช่แค่ออกมาขู่แล้วเงียบหายไปเหมือนที่ผ่านๆ มา!
ใครเจอประสบการณ์น้ำมันหมดปั๊มแบบเจ็บจี๊ดบ้าง คอมเมนต์มาเล่าให้พี่ทนายฟังหน่อยครับ!
#ทนายคู่ใจ #ลอยตัวดีเซล #น้ำมันแพง #กักตุนน้ำมัน #กฎหมายใกล้ตัว



0/Post a Comment/Comments